จัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ ขับเคลื่อนการเกษตรเชิงฟื้นฟู
ทำการเกษตรเชิงฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ฟื้นฟูระบบนิเวศ
ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศไม่ใช่ภัยคุกคามที่อยู่ไกลอีกต่อไป เกษตรกรจำนวนมากกำลังเผชิญผลกระทบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งและน้ำท่วมที่เกิดบ่อยขึ้น หรือฤดูกาลที่คาดเดาไม่ได้ ความท้าทายเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการทำเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานของเนสท์เล่ เราจึงจำเป็นต้องสร้างความแข็งแกร่งให้เกษตรกร และชุมชน สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ นั่นคือเหตุผลที่การเกษตรเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของเรา เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน ช่วยให้เรามั่นใจได้ถึงความมั่นคงของวัตถุดิบในระยะยาวและทำให้เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อสภาวะโลกร้อน
จัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ
เนสท์เล่ ประเทศไทย ใช้เมล็ดกาแฟและน้ำนมดิบที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ เนสท์เล่มีการใช้เมล็ดกาแฟทั้งอาราบิก้าและโรบัสต้าที่ผ่านมาตรฐานความอย่างยั่งยืนในการทำสวนกาแฟในระดับสากล (4C) 100% และยังมีการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟมากว่า 40 ปี โดยมีโครงการ “Nescafé Plan” เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ความเชี่ยวชาญ สร้างผลผลิตอย่างมั่นคงและเสริมรายได้ ควบคู่ไปกับการดูแลฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เนสท์เล่ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเกษตรกรโคนม และช่วยสนับสนุนให้ได้รับการรับรองหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำฟาร์มโคนม (GAP) จากกรมปศุสัตว์ 100% โดยยังมีการนำหลัก ‘การเกษตรเชิงฟื้นฟู’ มาใช้สนับสนุนเกษตรกรกาแฟและโคนมไทย เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน พร้อมการปกป้องและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนอีกด้วย
เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้
เรื่องราวของเราเพื่ออนาคตที่ไร้ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
-
โครงการ เนสกาแฟ แพลน 2030 เนสท์เล่เดินหน้าขับเคลื่อนหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture)ภายใต้โครงการ เนสกาแฟ แพลน 2030 เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศไทยอ่านเพิ่มเติม
-
เนสท์เล่ประกาศเดินหน้าการเกษตรแบบฟื้นฟู เนสท์เล่ประกาศเดินหน้าการเกษตรแบบฟื้นฟู ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร พร้อมส่งต่อผลิตภัณฑ์คุณภาพดีให้ผู้บริโภคอ่านเพิ่มเติม